• dr. pimkhwan

LADY 4.0 by Dr. Pimkhwan - การตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรม (Mammogram)

อัพเดตเมื่อ: 24 เม.ย. 2019

โดย ดร. พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล ตีพิมพ์ใน "นิตยสาร HEALTH News” ปีที่ 3 ฉบับที่ 35 (วางจำหน่ายวันที่ 14 สิงหาคม 2561)

ปัจจุบัน “มะเร็งเต้านม” เป็นสาเหตุการคร่าชีวิตของผู้หญิงเป็นอันดับต้นๆ หากท่านมีอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือเกิดอาการสงสัยสามารถเข้ารับการตรวจด้วย “แมมโมแกรม” (Mammogram) ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้การตรวจภาพรังสีเต้านมโดยเฉพาะ เครื่องนี้จะช่วยให้มองเห็นรายละเอียดภายในเนื้อเต้านมชัดเจนมากขึ้น หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “การเอกซเรย์เต้านม” นั่นเอง


การเอกซเรย์เต้านม นั้นเป็นการตรวจหาโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง ซึ่งจะมีการถ่ายภาพ เอกซเรย์เต้านมด้านละ 2 รูป หรืออาจมากกว่านั้นตามความเหมาะสม โดยฟิล์มเอกซเรย์ที่ออกมาจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติภายในเต้านม เช่นมีก้อนเนื้อหรือแม้แต่หินปูนขนาดเล็กที่อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งเต้านมได้ และแมมโมแกรมนั้น สามารถตรวจได้ทั้งผู้หญิงที่มี หรือไม่มีอาการ เป็นการตรวจเพื่อเฝ้าระวังโรคมะเร็งเต้านม (Screening Mammogram) เช่น คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็ง และผู้ที่มีการของโรค เช่น คลำเจอก้อนที่เต้านม เจ็บบริเวณเต้านม เนื้อเต้านมหนาขึ้นผิดปกติ มีของเหลวไหลออกมาจากหัวนม ลักษณะหรือขนาดเต้านมเปลี่ยนแปลงไป จะเป็นการตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อค้นหาสาเหตุของก้อนเนื้อนั้น หรือความผิดปกติที่พบว่าเป็นมะเร็งจริงหรือไม่ เพราะสัญญาณเหล่านี้ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการตรวจเต้านมของผู้ที่มีการเสริมหน้าอก เพราะอาจตรวจเต้านมด้วยวิธีการคลำได้ลำบาก


การตรวจวินิจฉัยโรคมักจะใช้เวลานานกว่าการตรวจคัดกรองโรค เพราะต้องมีการถ่ายภาพทางรังสีมากขึ้น เพื่อให้มองเห็นเต้านมจากหลายมุม หรืออาจถ่ายภาพขยายบริเวณที่น่าสงสัย ซึ่งจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง และทำการรักษาในขั้นตอนต่อไปหลังการตรวจพบความผิดปกติภายในเนื้อเยื่อเต้านม


ข้อห้ามสำคัญสำหรับการตรวจแมมโมแกรม คือ หญิงตั้งครรภ์ แม้ว่าระดับรังสีจะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีโอกาสกระทบต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์ จึงควรมีการแจ้งแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ฉายแสงก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของทารกในครรภ์


การเตรียมตัวก่อนการตรวจแมมโมแกรม ควรจะปฏิบัติตามดังนี้

  • ควรหลีกเลี่ยงการตรวจแมมโมแกรมในช่วงสัปดาห์ก่อนเป็นประจำเดือน เพราะเป็นช่วงที่หน้าอกคัดตึงและขยาย อาจช่วยให้เจ็บหน้าแกน้อยลงและถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมได้ดีขึ้น

  • ผู้ที่มีการเสริมหน้าอกต้องแจ้งผู้ตรวจล่วงหน้าว่ามีการเสริมหน้าอก

  • ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการถอดเปลี่ยนก่อนการเอกซเรย์บริเวณเต้านม

  • ไม่ควรฉีดน้ำหอม ทาโลชั่น แป้ง หรือโรลออนใดๆ บริเวณระหว่างช่วงแขนลงไปจนถึงหน้าอก

  • ก่อนการตรวจแมมโมแกรม ซึ่งอาจทำให้เกิดความคาดเลื่อนในการถ่ายภาพได้

  • ในกรณีที่มีการตรวจแมมโมแกรมในสถานพยาบาล หรือโรงพยาบาลแห่งใหม่ ควรมีการขอแฟ้มประวัติการตรวจแมมโมแกรมเดิมไปให้แห่งใหม่ เพื่อการเปรียบเทียบผลการตรวจที่แม่นยำ

การฟังผลหลังตรวจแมมโมแกรม นั้นใช้เวลาประมาณ 1 วัน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เสริมในการตรวจโปรแกรมสุขภาพ หากเกิดกรณีที่มีข้อติดขัดเกิดขึ้นบางประการ แพทย์อาจต้องมีการสั่งให้ตรวจอีกครั้งในบางจุด เพิ่มเติม หรือต้องการเน้นเป็นพิเศษ


ผลข้างเคียงของการตรวจแมมโมแกรม ผู้เข้ารับการตรวจแมมโมแกรมบางคนอาจจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย หรืออึดอัด เมื่อเครื่องค่อยๆ กดเนื้อเต้านมขณะมีการเอกซเรย์ หากรู้สึกเจ็บมากจนไม่สามารถทนได้ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ฉายรังสีให้ช่วยปรับระดับการกดของเครื่องในระดับเท่าที่ผู้เข้ารับการตรวจสามารถทนได้

ข้อจำกัดของการตรวจแมมโมแกรม คือผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี อาจเกิดผลคาดเคลื่อนได้สูง เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในของเต้านมผู้หญิงอายุน้อยมักจะมีความหนาแน่นมากกว่าผู้หญิงอายุมาก จนทำให้เนื้อเยื่อเต้านมอาจถูกบดบังเนื้อมะเร็ง หรือมองเห็นผิดพลาดจากเนื้อดีกลายเป็นมะเร็งได้ แพทย์จึงมักแนะนำให้มีการตรวจด้วย วิธีการอัลตราซาวด์ทดแทน หรือทำควบคุมคู่กับแมมโมแกรมเพื่อให้ชัดเจนขึ้น แต่หากเคยมีประวัติการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ มีบุคคลในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านม หรือผู้หญิงที่ได้รับฮอร์โมนเอสโตเจนเพิ่มเติมกรณีต่างๆ ก็สามารถเข้ารับการตรวจได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

ดู 0 ครั้ง

ไม่พลาดทุกการติดต่อ

สะดวกช่องทางไหน ติดต่อช่องทางนั้นได้เลยคะ

  • White YouTube Icon
  • White Instagram Icon
  • White Facebook Icon
อยากรู้ หรืออยากบอกอะไร

© 2019 by Lifestyle by Dr. Pimkhwan