• dr. pimkhwan

LADY 4.0 by Dr. Pimkhwan - “เส้นขนส่วนเกิน” เรื่องเล็กๆที่กวนใจใครหลายๆคน

โดย ดร. พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล ตีพิมพ์ใน "นิตยสาร HEALTH News” ปีที่ 3 ฉบับที่ 34 (วางจำหน่ายวันที่ 9 กรกฎาคม 2561)

“เส้นขนส่วนเกิน” เป็นเรื่องที่ผู้หญิงกังวลมากที่สุด แต่เนื่องจากร่างกายของคนเรามีคนปกคลุม ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โดยทำหน้าที่รักษาอุณหภูมิในร่างกาย และป้องกันผิวหนังจากอันตรายภายนอก แต่ขนที่ขึ้นตามแขน ขา หรือใต้วงแขนนั้น หากมีมากเกินไปก็เป็นต้นเหตุของเรื่องกังวล สำหรับผู้หญิงหรือ แม้แต่ผู้ชายหลายคนก็เริ่มกังวลกับเรื่องขนตามร่างกายที่มีมากจนเกินไป เช่นกัน


กลไกการเจริญเติบโตของเส้นขน

วงจรเส้นขนนั้นมีวงจรการเติบโตและหลุดร่วงหมุนเวียนกันไปโดยมีเส้นขนที่งอกออกมาตามส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้น แต่ละเส้นมีวงจรเส้นขนที่ต่างกัน ขนที่งอกออกมาให้เห็นกันว่ามีประมาณ 20-30% ของจำนวนขนทั้งหมด ในการกำจัดขนเราจะกำจัดขนในส่วนที่งอกออกมาตามวงจรของเส้นขน ดังนั้นต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือนในการกำจัดขนให้หมดไป ซึ่งมีวิธีการกำจัดขนให้ลดลงด้วย


1. มีดโกน เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด สามารถทำได้เองที่บ้าน ค่าใช้จ่ายเพียงค่ามีดโกนเท่านั้น

  • ข้อดี คือ ประหยัดค่าใช้จ่าย

  • ข้อเสีย คือ ใบมีดโกนต้องสัมผัสกับผิวโดยตรงทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้นรอยแผลที่เกิดจากแผลเหล่านั้น ยังเป็นสาเหตุของรอยดำอีกด้วย

2. มีดโกนไฟฟ้า เมื่อเทียบกับมีดโกนธรรมดา

  • ข้อดี มีความปลอดภัยกว่ามาก แต่ราคาสูงขึ้น

  • ข้อเสีย ก็จะเหมือนกับใบมีดโกนธรรมดา คือมีโอกาสทำให้เกิดบาดแผล เมื่อขนขึ้นมาใหม่ก็จะโผล่ขึ้นออกมาจากรุขุมขนไม่ได้กลายเป็นขนคุด หากผิวมีอาการอักเสบ หรือแผล ไม่ควรใช้วิธีนี้กำจัดขน

3. ถอนขนด้วยแหนบ เป็นวิธีที่ยุ่งยากที่สุด แต่เป็นการถอนขนจากรากขน

  • ข้อดี บางคนไม่ต้องกำจัดขนบ่อยๆ อาจทิ้งไว้ได้เป็นเดือน

  • ข้อเสีย ทำให้เป็นหนองได้ง่าย และโอกาสทำให้เกิดขนคุดก็มีมากขึ้นด้วย หากพยายามถอนขนคุดออก จะต้องดึงหนังบนออก ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย ควรระวังเป็นพิเศษ

4. ครีมกำจัดขน เป็นวิธีกำจัดขนโดยใช้ครีมละลายขนที่ขึ้นอยู่ออกไป จนหมดคล้ายกับการกำจัดขนถาวร แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน

  • ข้อดี คือง่ายไม่เจ็บ

  • ข้อเสีย สารบางตัวในครีมละลายขนอาจไม่เข้ากับผิวของบางคน สำหรับผู้ที่เป็นแผลหรือผิว บางครั้งก็อาจเกิดอาการแพ้ได้

5. แว็กขน เป็นวิธีการกำจัดขนโดยการทาแว็กที่อุ่นโดยให้อุณหภูมิเท่ากับร่างกายจากนั้นรอให้เย็น และแข็งตัวลง จึงดึงออก

  • ข้อดี ทำให้ขนออกจากรากขนได้ในครั้งเดียวเป็นบริเวณกว้าง

  • ข้อเสีย ทำให้รู้สึกเจ็บมาก รวมถึงหนังกำพร้าจะถูกแว็กออกมาพร้อมๆกันด้วย ทำให้ผิวเกิดความเสียหาย เกิดอาการแพ้ บวมหรือในบางคนอาจมีเลือดออกใต้ผิว สำหรับคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ไม่ควรใช้วิธีนี้ และหากขนขาดกลางคันขณะแว็กจะทำให้เกิดเป็นขนคุด

6. การฉายลำแสง IPL (Intense Pulse Light) คือการฉายแสงที่มีช่วงคลื่นแสงกว้างที่ถูกปล่อยออกมาหลายๆ ช่วงพร้อมกันและมีความเข้าข้นแสงน้อยกว่า ในขณะที่เลเซอร์เป็นการยิงแสงที่มีความเข้มข้นของแสงสูง ในขณะคลื่นความถี่เดียว บริเวณพื้นที่ในการยิงแสงเลเซอร์แคบ IPL จึงใช้รักษาปัญหาของผิวครอบคลุมได้หลายอย่างมีความอ่อนโยนต่อผิวมารักษา บริเวณที่สามารถทำได้เช่น บิกินี่, รอบสะดือ, ใต้วงแขน เป็นต้น การกำจัดขนด้วยวิธีนี้ ยังช่วยให้ผิวพรรณเนียนเรียบสวยจึงเป็นวิธีที่ถูกใจของหลายๆท่าน

  • ข้อดี ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยมากหรือแทบไม่เจ็บเลย โดยสามารถกำจัดขนได้แม้ในที่บอบบาง ลดการงอกใหม่ของเซลล์รากขน (Hair follicle) ใช้หลักการ Selective Photo hemolysis ของเมลานินในเส้นขนที่ทำการดูดซับแสงธรรมชาติ IPL เข้าไปแล้วลงไปทำลายเซลล์รากขน ทำให้เซลล์รากขนอ่อนแอลง ขนจึงหลุดร่วงไป และเมื่องอกขึ้นมาใหม่ ขนก็จะไม่แข็งแรง ขนค่อยๆ บางลง จนไม่สามารถงอกขึ้นมาได้อีก แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง ประมาร 18-24 เดือน เซลล์รากขนจะกลับมาแข็งแรง และงอกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้นก็สามารถทำการยิงแสง IPL ได้อีกครั้ง

  • ข้อเสีย ราคาค่อนข้างสูง แต่หากเทียบการยิงเลเซอร์ ถือว่าราคาถูกกว่า

ดู 20 ครั้ง

ไม่พลาดทุกการติดต่อ

สะดวกช่องทางไหน ติดต่อช่องทางนั้นได้เลยคะ

  • White YouTube Icon
  • White Instagram Icon
  • White Facebook Icon
อยากรู้ หรืออยากบอกอะไร

© 2019 by Lifestyle by Dr. Pimkhwan